วัดอู่ทรายคํา สัมผัสหยกพม่าล้านปี

วัดอู่ทรายคำ1

วัดอู่ทรายคำ เป็นวัดที่อยู่ในซอยช้างม่อยเก่า ค่อนข้างจะเข้าถึงยากสำหรับคนต่างถิ่น  หากพักโรงแรมแถวช้างม่อยก็เดินมาได้โดยง่าย แต่หากขับรถมา ก็ต้องวนรถกันยาวสักหน่อยครับ  แต่เมื่อถึงแล้วจะได้รู้ว่าวัดแห่งนี้ไม่ธรรมดา เพราะที่วัดอู่ทรายคำนี้มีหยกพม่าของแท้ ที่เป็นส่ิ่งสำคัญของวัดอู่ทรายคำ เรื่องเล่า และตำนาน ความมีโชคลาภเมื่อได้สัมผัสกับหยกพม่าขนาดใหญ่

วัดอู่ทรายคำสร้างโดย อุบาสิกาที่อพยพภัยสงครามมาจากเมืองเชียงแสน ที่ได้มาตั้งบ้านเรือนบริเวณนี้และพร้อมใจกันสร้างวัดขึ้น เดิมชื่อว่า วัดอุปคำ เรียกขานกันต่อมาว่า วัดอู่สายคำ และกลายเป็น  วัดอู่ทรายคำ ในที่สุด

วัดอู่ทรายคำ2 วัดอู่ทรายคำ3 วัดอู่ทรายคำ7

พระสิงห์หยกวัดอู่ทรายคำ

พระหยกวัดอู่ทรายคำ เป็นพระพุทธรูปปางสมาธิแกะสลักมาจากหยกแท้จากประเทศพม่า เป็นพระพุทธรูปหยกพม่าที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในประเทศไทย  ในวัดอู่ทรายคำ มีพระหยกทั้งหมดจำนวน 6 องค์ คือ พระหยกสิงห์1 ขนาด 29 นิ้ว ขนาด 20 นิ้ว ขนาด 160นิ้ว จำนวน 3 องค์ พระหยกสิงห์2 ขนาด 250นิ้ว จำนวน 1 องค์ พระหยกสิงห์ 3 ขนาด 25นิ้ว จำนวน 1 องค์ และพระมหาสังกัจจายน์ ขนาด ๒๕ นิ้ว จำนวน 1 องค์ พระพุทธเมตตา จำนวน 1 องค์ รวมทั้งหมด 7 องค์ และมี หยกก้อนใหญ่อีก 2 ก้อน น้ำหนัก 772 กิโลกรัม และ 200 กิโลกรัม อยู่ในวิหารสามารถแตะเพื่ออธิษฐานขอพร

พระพุทธสิหิงค์หยก หรือเรียกสั้นๆ ว่า “พระสิงห์หยก” วัดอู่ทรายคำ เป็นพระพุทธรูปสำคัญ  ประดิษฐานไว้ภายในพระวิหารของวัดอู่ทรายคำ เป็นพระพุทธรูปที่ทำจากเนื้อหยกธรรมชาติแท้ เจดส์ได (Jadeite) ประเภทคอมเมสเชียลเจดส์ (CommercialJade) มีหลากหลายสีอยู่ในองค์พระ เช่น สีเทาอมฟ้า สีม่วงที่ไหล่ซ้าย สีเขียวพระหัตถ์ซ้ายผ่านหน้าอก ทะลุลงบัลลังก์ และมีสีขาว เล็ก ๆ เป็นจุด ๆ ที่เข่าซ้าย ความแข็งระดับ 7 ถือว่ามีสีลักษณะครบตามที่คนจีนเรียกว่า ฮก ลก ซิ่ว นับว่าเป็นมงคลอย่างยิ่ง มีแหล่งกำเนิดอยู่ที่ผากั้น รัฐคะฉิ่น ตอนเหนือของพม่า ถูกนำมาประมูลขายที่เมืองมัณฑะเลย์ ประเทศพม่า

วัดอู่ทรายคำ4 วัดอู่ทรายคำ5หยกพม่า อายุนับล้านปี

วัดอู่ทรายคำ6

ลักษณะของพระหยกองค์นี้เป็นพระปางมารวิชัย ศิลปะล้านนาแบบสิงห์ 1 ขนาดหน้าตักกว้าง 29 นิ้ว สูง 41 นิ้ว น้ำหนัก 900 กิโลกรัม ก่อนแกะ 2,572 กิโลกรัม นับว่าเป็นพระหยกธรรมชาติ (Jadeite) หยกพม่าที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย สมเด็จพระญาณสังวรสมเด็จพระสังฆราช วัดบวรนิเวศวิหารกรุงเทพฯ    ได้ประธานพระบรมสารีริกธาตุบรรจุในผอบทองคำไว้ในพระเศียร และทรงตั้งพระนามให้เพื่อเป็นมิ่งขวัญของพุทธศาสนิกชนชาวเชียงใหม่ และพุทธศาสนิกชนชาวไทยทั่วโลก

นับว่ามีพระสิงห์หยกทั้งของพม่าและของแคนนาดามากที่สุดในประเทศไทยทั้งชาวไทย  และชาวต่างประเทศเข้าชมเป็นจำนวนมาก ถ้าหากท่านได้มาเที่ยวเชียงใหม่แล้ว อย่าลืมแวะนมัสการ

นอกจากนี้ยังมีสิ่งที่น่าสนใจอื่น ๆ  ภายในวัด เช่น ธรรมมาสน์โบราณที่ยังใช้มาจนปัจจุบัน   ภาพจิตรกรรมฝาผนังด้านหลังพระอุโบสถ  หอไตรโบราณ  ศิลปกรรมทรงแบบล้านนาไทย หรือที่คนท้องถิ่นเรียกว่า “ประสาทหลังก๋าย” เป็นหอไตรที่งดงามยิ่ง  นอกจากนั้นแล้ว วัดแห่งนี้ยังเป็นศูนย์กลางการศึกษาภาษาบาลี พระธรรมวินัย ขนบธรรมเนียมประเพณีของชาวเชียงใหม่รวมถึงอักขระพื้นเมืองมาอย่างยาวนาน

ที่ตั้งวัดอู่ทรายคำ

ตำบลช้างม่อย อำเภอเมือง จังหวัดเชียงใหม่  เปิด ให้เข้าชมและสักการะพระสิงห์หยกทุกวันตั้งแต่เวลา 07.00 – 18.00 น.

หมายเลขโทรศัพท์ 0 – 5323 – 2410

การเดินทางไปวัดอู่ทรายคำมี 2 ลักษณะ

1.ขับตามคูเมืองบนถนนชัยภูมิแล้วเลี้ยวซ้ายเข้าถนนช้างม่อย (เส้นที่จะไปกาดหลวง) ไปวนรถที่กาดหลวง ออกถนนท่าแพแล้วมุ่งหน้าสู่ประตูท่าแพ ก่อนจะถึงประตูท่าแพจะมีซอยเล็กๆ (ถ.ช้างม่อยเก่า) ให้เลี้ยวขวาเข้าไปเรื่อยๆ วัดอู่ทรายคำ จะอยู่ขวามือ

2.หากอยู่บนถนนท่าแพก็ขับตามถนนมาจนใกล้จะถึงประตูท่าแพ(ทางบังคับเลี้ยวซ้าย) จะมีซอยทางขวามือ(ถ.ช้างม่อยเก่า) เข้าไปเลยครับ วัดอู่ทรายคำอยู่ในซอยนี้ด้านขวา

.


ติดต่อเช่ารถพร้อมคนขับ/ โฆษณาข่าวสาร
Add friend ที่ @topcm
เพิ่มเพื่อน

เชิญแสดงความคิดเห็นเจ้า