สัมผัสธรรมชาติ ชมวิถีชีวิตหลายเผ่าพันธุ์ ที่ดอยอ่างขาง

เข้าช่วงหน้าหนาว ใครๆ ก็คงนึกถึงสถานที่เที่ยวที่เชียงใหม่  เพื่อไปพักผ่อนรับลมหนาว เพราะที่เชียงใหม่มีภูเขาสูง ธรรมชาติที่สดชื่นน่าประทับใจ  ทริปนี้ท็อปเชียงใหม่ พาเพื่อนๆมาเที่ยวเมืองเหนือ ที่ดอยอ่าง

ดอยอ่างขาง เป็นแหล่งท่องเที่ยวที่โดดเด่นของจังหวัดเชียงใหม่ ตั้งอยู่ในเขตพื้นที่ตำบลแม่งอน จังหวัดเชียงใหม่ อยู่ห่างจากตัวเมืองเชียงใหม่ไปทางทิศเหนือ 137 กม. แยกซ้ายเข้าไปอีก 25 กม.  ดอยอ่างขาง เป็นส่วนหนึ่งของเทือกเขาแดนลาวติดกับพรมแดนพม่า  ซึ่งดอยอ่างขางมีความสูงจากระดับน้ำทะเล ประมาณ 1,400 เมตร จุดเด่นที่นักท่องเที่ยวไปเยือนดอยอ่างขางคือการไปเที่ยวชมดอกไม้เมืองหนาวภายโครงการหลวงดอยอ่างขาง  สถานีเกษตรดอยอ่างขางได้รับการจัดตั้งเมื่อปี 2512 ตามแนวพระราชดำริในพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เพื่อวิจัยพืชเมืองหนาวเพื่อส่งเสริมให้ชาวเขาปลูกทดแทนฝิ่นและหยุดการทำลายป่า  ดอยอ่างขางมีลักษณะเป็นแอ่งที่ราบในหุบเขาลักษณะเหมือนท้องกะทะหรือเหมือนอ่าง  ภายในโครงการฯ มีสิ่งที่น่าสนใจมากมาก เช่น แปลงปลูกไม้ดอกไม้ประดับกลางแจ้ง  แปลงปลูกไม้ในร่ม  แปลงทดลองกุหลาบ แปลงปลูกผัก แปลงปลูกผักในร่ม สวนท้อ สวนบ๊วย ป่าซากุระ ป่าเมเปิ้ล พระตำหนักอ่างขาง นอกจากนั้นยังมีหมูบ้านชาวเขาเผ่าต่างๆ ให้ได้เยี่ยมชมสัมผัสวิถีชีวิตกันอย่างใกล้ชิดอีกด้วย

เพื่อไม่ให้เสียเวลาเราเริ่มเดินทางออกท่องเที่ยวกันเลยคะ สถานที่แรกที่อยากนำเสนอเป็นแห่งแรกคือ หมู่บ้านคุ้ม ตั้งอยู่ใกล้กับสถานีเกษตรดอยอ่างขาง เป็นชุมชนเล็กๆประกอบด้วยผู้อยู่อาศัยหลายเชื้อชาติอยู่รวมกัน อาทิชาวไทยใหญ่ ชาวพม่าและชาวจีนฮ่อ ชาวจีนยูนาน ซึ่งได้ตั้งถิ่นฐานอยู่ในบริเวณนี้ ภายในหมู่บ้านมีร้านค้า ร้านขายของที่ระลึก และที่พักบริการแก่นักท่องเที่ยว  และมีวิถีชีวิตเหมือนชุมชนชาวจีน เพราะภายในหมูบ้านจะมีการประดับด้วยโคมไฟของชาวจีนไว้หน้าบ้าน  และอาหารหลักๆ ก็เป็นอาหารที่ชาวจีนเขานิยมบริโภคกัน หากว่าได้ไปเที่ยวก็จะสัมผัสได้ถึงบรรยากาศแบบชาวจีนจริงๆ เลยก็ว่าได้

สถานที่ต่อไป ซึ่งอยู่ติดกับ หมู่บ้านคุ้ม เป็นจุดเด่นของดอยอ่างขาง คือ สถานีเกษตรโครงการหลวงดอยอ่างขาง ที่นี่เป็นสถานที่ทดลองพันธุ์ไม้เมืองหนาวชนิดต่างๆ ทั้งไม้ดอกไม้ประดับ และพืชผักผลไม้ ซึ่งแปลงผักและผลไม้แยกออกเป็นสัดส่วน มีทั้งผักกาดแก้ว ปวยเล้ง แครอต แรดิช กะหล่ำม่วง กะหล่ำประดับ ดอกไม้ก็จะมีอาทิเช่น ดอกลิลลี่ ดอกเยอบีรา ดอกกุหลาบ ดอกไวโอลีน ผลไม้ก็จะมี สตอเบอร์รี่ พลับ ลูกท้อ ราสเบอรี่ สาลี่ อโวคาโด กีวี่ฟรุ๊ต ลูกไหนฯลฯ ยังไม่หมดเพียงเท่านี้ ที่นี่ยังมีสวนบอนไซ และพรรณไม้เขตกึ่งร้อนกึ่งหนาวที่จัดสร้างขึ้นเมื่อปี พ.ศ 2530 โดยมี ม.จ ภีศเดช รัชนี จัดแต่งเป็นสวนคล้ายภูเขาขนาดย่อมประดับด้วยพรรณไม้ท้องถิ่น และพรรณไม้ต่างประเทศหลายชนิด ทั้งสวนบอนไซต่างประเทศ ปรงแคระ ต้นหางจระเข้จากทวีปแอฟริกา ต้นแมกโนเลีย เมเปิ้ลหอม แปะก้วยหรือกิงโก ฯลฯ รวมถึงพืชเฉพาะถิ่นหายาก เช่น เฟิร์นข้าหลวงอ่างขาง ต้นหูเสือหมอคาร์ และนอกจากนั้นยังมีสวน 80 พรรษา ที่ปลูกไม้ดอกไม้ประดับจัดเป็นสวนเพื่อให้นักท่องเที่ยวเลือกชมเลือกถ่ายภาพได้เพลินใจ และมีลานสำหรับชาวเขาเผ่าต่างๆ ที่อาศัยอยู่ที่บริเวณดอยอ่างขาง นำเครื่องประดับที่ทำจากมือของที่ระลึกมาวางขายให้นักท่องเที่ยวได้เลือกซื้อ จากนั้นยังมีจุดจำหน่ายผลผลิตและจุดของที่ระลึกของโครงการหลวงดอยอ่างขางให้นักท่องเที่ยวได้เที่ยวชมและเลือกซื้อของฝากกลับบ้านอีกมายมาย นอกจากนี้ยังมีสถานที่เที่ยวที่ไม่ไกลจากโครงการหลวงมากนัก คือ

จุดชมวิวกิ่วลม

อยู่ทางด้านซ้ายมือก่อนถึงทางแยกซึ่งจะไปหมู่บ้านปะหล่องนอแลทางหนึ่ง และบ้านมูเซอขอบด้งทางหนึ่ง สามารถชมวิวได้ทั้งพระอาทิตย์ขึ้นและตก หรือทะเลหมอก มองเห็นทิวเขารอบด้านและหากฟ้าเปิดจะมองเห็นสถานีเกษตรหลวงอ่างขางด้วย

หมู่บ้านนอแล

ตั้งอยู่บริเวณชายแดนไทย – พม่า แต่เดิมคนกลุ่มนี้อยู่ในพม่าและพึ่งอพยพมาอยู่ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2527 คนที่นี่เป็นชาวเขาเผ่าปะหล่องเชื้อสายพม่า ซึ่งมีภาษาและวัฒนธรรมเป็นของตนเอง นับถือศาสนาพุทธ ทุกวันพระผู้คนที่นี่หยุดอยู่บ้านถือศีล จากหมู่บ้านนี้สามารถมองเห็นทิวทัศน์สวยงามของธรรมชาติบริเวณพรมแดนไทย-พม่า

หมู่บ้านขอบด้ง

เป็นที่ที่ชาวเขาเผ่ามูเซอดำและเผ่ามูเซอแดงอาศัยอยู่ร่วมกัน คนที่นี่นับถือผี มีวัฒนธรรมและความเป็นอยู่อย่างเรียบง่าย หมู่บ้านแห่งนี้ได้รับการส่งเสริมจากโครงการหลวงในด้านการเกษตรและด้านหัตถกรรมพื้นบ้าน (เช่น อาบูแค เป็นกำไลถักด้วยหญ้าไข่เหามีสีสันและลวดลายในแบบของมูเซอ)

บริเวณหน้าหมู่บ้านจะมีการจำลองบ้านและวิถีชีวิตของชาวมูเซอ โดยชาวบ้าน ครู และนักเรียนโรงเรียนบ้านขอบด้งช่วยกันสร้างขึ้นมา เพื่อให้ผู้ที่สนใจได้มีโอกาสเรียนรู้ และศึกษาวัฒนธรรมของหมู่บ้าน โดยที่ไม่เข้าไปรบกวนความเป็นส่วนตัวของเขามากเกินไป และยังมีโครงการมัคคุเทศก์น้อย ที่อบรมเด็กนักเรียนโรงเรียนบ้านขอบด้ง เพื่อช่วยอธิบายวิถีชีวิตของพวกเขาให้ผู้มาเยือน ทั้งนี้เพื่อเป็นการปลูกจิตสำนึก และสร้างความรักท้องถิ่นให้เด็กๆด้วย

หมู่บ้านหลวง

ชาวหมู่บ้านหลวงเป็นชาวจีนยูนานที่อพยพมาจากประเทศจีนในสมัยสงครามโลกครั้งที่ 2 และประกอบอาชีพด้านการเกษตรกรรมเป็นหลัก อาทิ ปลูกผักผลไม้ เช่น พลัม ลูกท้อ และสาลี่

ดอยอ่างขางอยู่บนที่สูง อากาศเย็นสบายตลอดปี เหมาะกับการขึ้นไปพักผ่อนได้ตลอดทั้งปี  ความงดงามแตกต่างกันไปบ้างตามช่วงเวลา นักท่องเที่ยวจะขึ้นไปชมกันมากใน ช่วงฤดูหนาว ธันวาคม-กุมภาพันธ์ ที่นี่จะมีความหนาวเย็นและดอกไม้เมืองหนาวออกดอกงดงามมาก ในบางช่วงเวลาอาจจะมีน้ำค้างแข็งหรือเหมยขาบจับยอดหญ้าในยามเช้า ดอกซากุระเมืองไทยหรือต้นพญาเสือโคร่งจะออกดอกสะพรั่งทั่วทั้งขุนเขาในช่วงปลายเดือนมกราคม-ต้นกุมภาพันธ์ ( แล้วแต่อากาศของแต่ละปี ) ในช่วงที่ดอกซากุระบานนี้ก็จะมีนกมาดูดกินน้ำหวาน การเที่ยวดอยอ่างขางในช่วงฤดูหนาว ควรจะเตรียมชุดกันหนาวไปให้พร้อมเพราะที่นี่หนาวมากๆ คะ ช่วงฤดูร้อน มีนาคม-พฤษภาคม เหมาะที่จะหลบลมร้อนมานอนในบรรยากาศที่สบายกว่า ช่วงนี้ต้นเพาโลว์เนียจะออกดอกสีม่วงอมขาวบานสะพรั่งเต็มต้น สวยงามมาก และยังเป็นช่วงที่ไม้ดอกของที่โครงการหลวงดอยอ่างขางบานสะพรั่งเต็มที่และสวยงามมากๆ ช่วงฤดูฝน  มิถุนายน-กันยายน  ทางออกจะลื่นสักหน่อยแต่ป่าหน้าฝนก็คุ้มค่าที่จะมาเยือนเพราะสภาพป่าเขาและเทือกเขาจะมีสีเขียวสดชื่น ถึงแม้อาจจะเสี่ยงต่อการเจอฝนแต่ว่าถ้าหากฝนไม่ตกก็จะเป็นช่วงเวลาที่วิเศษที่สุดเนื่องจากสภาพอากาศจะใสปิ๊ง มองชมวิวได้ไกลๆ ไร้หมอกแดดขุ่นมัว ช่วงปลายฝนต้นหนาว  ตุลาคม-พฤศจิกายน  เป็นช่วงที่อากาศเย็นสบาย ป่ายังไม่แห้งนัก ช่วงนี้ต้นเมเปิ้ลและไม้ป่าอื่นๆ เริ่มเปลี่ยนสี กลายเป็นป่าเปลี่ยนสีที่มีสีสันแปลกตา งดงามไปทั่วทั้งหุบเขา  นี่แหละคะคือ มนต์เสน่ห์ของ ดอยอ่างขางไม่ว่าจะมาฤดูกาลไหนๆ ก็ทำให้ผู้ที่มาเยือนได้มีความสุขและเก็บภาพความประทับใจได้เสมอ

ที่ดอยอ่างขางนี้ นักท่องเที่ยวสามารถเดินทางมาได้ทั้งไป-กลับ และมาพักค้างคืนได้คะ หากว่าต้องการมาพักค้างคืน เพื่อชมบรรยากาศยามเย็นของดอยอ่างขาง และตื่นเช้ามาเพื่อรับอากาศบริสุทธิ์ และชมวิถีชีวิตของหลายชนเผ่าที่อยู่รวมกันที่นี่นั้น ได้สบายเลยคะเพราะที่ดอยอ่างขางมีบริการห้องพักและลานกางเต็นท์ไว้คอยบริการตลอดเวลา

ที่พักรีสอร์ทธรรมชาติอ่างขาง ตั้งอยู่ตรงปากทางเข้าสถานี เป็นโรงแรมขนาด 76 ห้อง เป็นของโครงการหลวงและโรงแรมอมารี  ห้องพักเป็นเรือนไม้สักมีห้องเดี่ยว ห้องคู่ และห้องสวีท บรรยากาศหรู ราคาค่าห้องพักโทรสอบถาม ติดต่อสำรองที่พักได้ที่ 053-450110

ที่พักดอยอ่างขาง ของเอกชน  มีให้บริการหลายราย บ้านพักตั้งอยู่นอกสถานีเกษตรฯ บริเวณด้านหน้าปากทางเข้าสถานีหลวงอ่างขาง มีให้เลือกหลายแบบหลายราคา   บ้านพักนาหา   โทร. 053-450008

หรือชอบแบบกางเต้นท์ที่ดอยอ่างขางยังมีจุดกางเต็นท์พักแรม  การกางเต็นท์พักแรมเป็นอีกทางเลือกหนึ่งที่สะดวกสบายและประหยัด   จุดกางเต็นท์ดอยอ่างขางมีกระจายอยู่หลายจุด  จุดหลักคือบริเวณริมถนนก่อนลงสู่อ่างขาง  พื้นที่กางเต็นท์อยู่ริมถนนทั้งสองฝั่ง ที่นี่มีเจ้าหน้าที่ดูแลความเรียบร้อย มีห้องสุขาบริการ มีเตาให้เช่า มีฟืนขาย   จุดที่สองคือจุดกางเต็นท์บริเวณสนามหน้าโรงเรือนตรงข้ามทางเข้าสถานีเกษตรอ่างขาง  ลักษณะเป็นที่ราบข้างเสาธง มีห้องสุขาของโรงเรียนไว้บริการ ผู้ที่ไปใช้บริการพื้นที่นี้ควรช่วยค่าบำรุงสถานที่ด้วย จุดนี้มีผ้าห่มให้เช่า  จุดที่สามคือ ที่จุดชมวิวกิ่วลม อ่างขางก็มีกิ่วลม  ที่จุดชมวิวมีพื้นที่กว้างอยู่บนเนินริมถนน อยู่ห่างไกลชุมชนและยังมีวิวที่สวยงาม

การเดินทาง

สามารถเลือกเดินทางได้สองเส้นทาง
จากเชียงใหม่ ใช้เส้นทางสาย 107 เชียงใหม่-ฝาง เส้นทางหลัก เป็นเส้นทางผ่านแม่ริม แม่แตง เชียงดาว ทางแยกเข้าดอยอ่างขางมี 2 เส้นทาง คือ แยกซ้ายที่ กม.79 เป็นเส้นทางใหม่ที่ไม่ชันมากแต่ทางจะเปลี่ยวหน่อย ระยะทางจากแยกทางหลวงสาย 107 ไปจนถึงอ่างขางมีระยะทางประมาณ 50 กม.  อีกเส้นทางคือแยกที่ กม.137 มีระยะทางถึงอ่างขางประมาณ 25 กม. เป็นเส้นทางที่สั้นแต่ชันมาก รถเก๋งและรถทุกชนิดขึ้นได้ถ้าคนขับมีฝีมือ ถ้าไม่แน่ใจให้จอดรถไว้ที่วัดที่ปากทาง กม.137  หรือจอดรถไว้ที่บริเวณลานจอดรถเอกชนมีรั้วมิดชิด สถานที่รับจอดรถอยู่ตรงข้ามกับปากทางเข้าดอยอ่างขาง ค่ารถจอดคันละ 50 บาท แล้วนั่งรถสองแถวขึ้นไป หรือเหมารถขึ้นไป

จากเชียงใหม่ใช้เส้นทางสาย 1089 เลยอำเภอไชยปราการไปประมาณ 8.5 กิโลเมตร แยกซ้ายขึ้นดอยอ่างขางไปตามเส้นทางหมายเลข 1249 ตัดผ่านหมู่บ้านแล้วตัดตรงขึ้นดอยอ่างขาง เป็นเส้นทางที่ชันที่สุดและลุ้นที่สุดของเส้นทางในเมืองไทย

นอกนี้จากเส้นทางลงมาจากดอยอ่างขางลงมาทางฝาง ตามทางยังมีสวนผลไม้ให้เราแวะชมและเลือกซื้อผลไม้กลับบ้านได้ทั้งตลอดทางเลยคะ มีทั้งสวนสตอเบอร์รี่ สวนส้ม และอื่นๆ อีกมากมาย เห็นไหมละคะเมืองไทยมีที่เที่ยวมากมาย ดัง Concept ที่ว่าเที่ยวไทยครึกครื้น เศรษฐกิจไทยคึกคักนะคะ

หากต้องการสอบถามข้อมูลเพิ่มเติม   กรุณาโทรสอบถามที่เบอร์  TAT Call Center 1672  สายด่วนท่องเที่ยว


ติดต่อเช่ารถพร้อมคนขับ/ซื้อสินค้า/โฆษณาข่าวสาร
Add friend ที่ @topcm
เพิ่มเพื่อน

เชิญแสดงความคิดเห็นเจ้า