Home >> ที่เที่ยว >> ดอยสีชมพู พญาเสือโคร่งขุนช่างเคี่ยน

ดอยสีชมพู พญาเสือโคร่งขุนช่างเคี่ยน

ดอกพญาเสือโคร่ง หรือซากุระเมืองไทย แห่ง ขุนช่างเคี่ยน บนอุทยานแห่งชาติสุเทพ-ปุย
เมื่อเข้าฤดูหนาว หลายๆ ท่านที่มองหาสถานที่ท่องเที่ยวต่างๆ เพื่อผักผ่อนให้หายเครียดจากการทำงานหรือว่าเที่ยวกันเป็นหมู่คณะ เชื่อว่าภาคเหนือของเรานี้คงหนีไม่พ้นในเส้นทางที่กำลังมองหาอยู่ และแน่นอนครับ เมืองเชียงใหม่นี้ไม่ทำให้ผิดหวังกัน เพียงระยะทางประมาณ 30 กิโลเมตรจากเมืองเชียงใหม่ ผ่านโค้งต่างๆ มากมาย มีแมกไม้โอบล้อมอันร่มรื่นคอยต้อนรับท่านอยู่ ก็จะพบกับดอยขุนช่างเคี่ยน ที่นี้เป็นดอยที่เงียบ อากาศบริสุทธิ์ และถ้ามาช่วงที่ดอกนางพญาเสือโคร่งบานแล้วล่ะก็ จะประทับใจในความสวยงามจนอยากชวนใครต่อใครมาสัมผัสกันเลยทีเดียว

 

ซากุระหรือนางพญาเสือโคร่ง เป็นพรรณไม้ที่มีการกระจายพันธุ์ตามธรรมชาติอยู่ทางตอนใต้ของประเทศจีน ญี่ปุ่น ไต้หวัน พบอยู่ในป่าที่ระดับความสูง 500-1,500 เมตร จากระดับน้ำทะเลในประเทศไทย พบขึ้นตามภูเขาที่สูงจากระดับน้ำทะเล 1,00-2,000 เมตร ในประเทศส่วนใหญ่เราจะพบได้ที่ดอยแม่สลอง ดอยผาตั้ง ดอยอินทนนท์ บนดอยเชียงดาว  ขุนวาง แม่จอนหลวง เป็นต้น ต่อมาก็มีสถานที่แห่งใหม่ๆ เกิดตามมา อย่างเช่น ดอยขุนแม่ยะ อยู่ใกล้กับห้วยน้ำดัง หรือจะเป็นดอยขุนสถานที่จังหวัดน่าน และอีกหลายๆ ที่ซึ่งกำลังฟูมฟักสรรค์สร้างให้เป็นแหล่งท่องเที่ยวแห่งใหม่ขึ้นมา

เส้นทางจากตัวเมืองมาถึงบริเวณวัดพระธาตุดอยสุเทพนั้น ถนนหนทางกว้างขวาง สะดวกสบาย แต่ก็อาจมีรถติดบ้างบางจุด เพราะนักท่องเที่ยวต่างหลั่งไหลเข้ามาเที่ยวกันมากเพราะถนนเส้นนี้มีสถานที่ท่องเที่ยวที่เป็นเป้าหมายด้วยกันหลายที่ เช่น น้ำตกวังบัวบาน  วัดพระธาตุดอยสุเทพ พระตำหนักภูพิงค์ราชนิเวศน์ หมู่บ้านม้งดอยปุย และดอยขุนช่างเคี่ยน ซึ่งล้วนแต่ต้องใช้เส้นทางนี้ทั้งนั้น

จากพระตำหนักภูพิงค์ราชนิเวศน์ไปประมาณ 3 ก.ม. ก็จะพบทางแยกซ้ายเข้าสู่หมู่บ้านม้งดอยปุย ส่วนแยกขวาก็จะไปดอยขุนช่างเคี่ยน ซึ่งเราก็ได้มุ่งหน้าไปดอยขุนช่างเคี่ยนก่อนแล้วค่อยกลับมาเที่ยวชมหมู่บ้านม้งดอยปุย จากจุดนี้ไปอีกประมาณ 7 ก.ม. หนทางเริ่มคดเคี้ยวแคบลงและต้องลัดเลาะไปตามไหล่เขา และด้วยอากาศที่เย็นประมาณ 14 องศา ต้องใช้ความระมัดระวังในการขับรถเป็นอย่างมาก เมือขับรถผ่านแมกไม้อันร่มรื่นมาเรื่อยๆ ประมาณ 10 นาทีก็จะเริ่มเห็นดอกนางพญาเสือโคร่งกันบ้างแล้ว จนกระทั่งมาถึงจุดกางเต้น ณ จุดนี้เราได้พบกับต้นซากุระที่กำลังออกดอกสีชมพูสะพรั่งตลอดแนวถนน เราไม่รีรอที่จะคว้ากล้องมาเก็บภาพไว้เป็นที่ระลึก เสียงชัตเตอร์บันทึกภาพกันอย่างเมามันส์ สลับกับการถ่ายภาพบรรยากาศโดยรอบที่วันนี้มีผู้คนไม่หนาแน่นนักเนื่องจากเลยเทศกาลวันหยุดไปแล้ว

ดอกนางพญาเสือโคร่งนี้ทำให้เราต้องหยุดถ่ายภาพกันนานพอสมควรจนเกือบลืม หมู่บ้านชาวม้งบ้านขุนช่างเคี่ยน ที่ต้องขับรถเลยขึ้นไปอีกไม่ไกลมาก หมู่บ้านแห่งนี้มีความเป็นอยู่แบบดั้งเดิมอยู่พอสมควร ชาวบ้านมีสายตาโอบอ้อมอารี เป็นกันเองทำให้เกิดความประทับใจมากที่ได้มาเยือนหมู่บ้านขุนช่างเคียน เราสามารถผ่อนคลายเดินเที่ยวชมหมู่บ้านวิถีชีวิตความเป็นอยู่ รวมทั้งหาจิบกาแฟหอมๆ สักถ้วยก็ดีครับ ที่หมู่บ้านแห่งนี้เป็นแหล่งที่มีต้นนางพญาเสือโคร่งขึ้นอยู่มาก ทั้งตามข้างทางถึงในหมู่บ้าน และยังเป็นแหล่งชม ดอกซากุระดอย ที่อยู่ใกล้เมืองเชียงใหม่มากที่สุด เพิ่งมีชื่อเสียงเมื่อไม่นานนัก อาจจะเป็นเพราะเส้นทางช่วงจากพระตำหนักภูพิงคราชนิเวศน์ ถึงขุนช่างเคี่ยน ค่อนข้างแคบ และเลียบไหล่เขา รถนำเที่ยวขนาดใหญ่ขึ้นไม่ได้ นักท่องเที่ยวที่เข้าถึงจึงเป็นกลุ่มที่เดินทางมาเองกันเป็นส่วนใหญ่ แต่ก็มีนักท่องเที่ยวเพิ่มขึ้นทุกปีเพราะดงดอกซากุระดอย ที่ขุนช่างเคี่ยนมีความสวยงามไม่แพ้ใคร

 

หลังจากเที่ยวชมดอกนางพญาเสือโคร่งตามจุดต่างๆ กันอย่างจุใจ เราก็เดินทางกลับด้วยเส้นทางเดิม หรือใครไม่อยากกลับเส้นทางเดิมก็สามารถ ไปตามเส้นทางที่มานั้นเรื่อยๆ ก็จะสามารถไปออกได้หลายที่ เช่น ห้วยตึงเฒ่า หรือไปออกแถวๆ บริเวณสนามกีฬาสมโภช 700 ปี ฯลฯแต่หนทางก็จะแคบลง  ท็อปเชียงใหม่ขอเลือกกลับทางเก่า เพื่อที่จะมาแวะเที่ยวชมหมู่บ้านม้งดอยปุย

ช่วงเวลาที่ดอกบาน ประมาณเดือนมกราคม (บานเต็มที่ 1อาทิตย์)

การเดินทางไปขุนช่างเคี่ยน

หากเป็นรถมอเตอร์ไซต์ สามารถขับขี่เข้าไปได้เลยครับ ขึ้นไปทางดอยสุเทพผ่านวัดพระธาตุดอยสุเทพและตำหนักภูพิงค์ไปอีกนิดจะมีทางแยกขวาเข้าไปขุนช่างเคี่ยน ตรงแยกนี้มีป้ายบอกชัดเจน

หากเป็นรถเก๋งหรือแม้แต่รถกระบะถ้าไม่ใช่คนในพื้นที่ แนะนำว่าให้เปลี่ยนเหมารถที่หน้าวัดพระธาตุดอยสุเทพ หรือที่ตำหนักภูพิงค์ครับ อย่าฝืนขับเข้าไปรถจะช้ำเสียหายเพราะถนนแคบมาก ไหล่ทางสูงเป็นร่องลึก มักเกิดอุบัติเหตุโดยเฉพาะในช่วงที่ดอกบานสะพรั่ง

เชิญแสดงความคิดเห็นเจ้า