โบสถ์ (Church)

โบสถ์คริสตจักรที่ 1 เป็นภาพสะท้อนของการขยายตัวของแนวความเชื่อใหม่ในภาคเหนือคือคริสตศาสนานิกายโปรแตสแตนท์ คณะอเมริกันเพรสไบทีเรียน หรือที่คุ้นกันในชื่อของชุมชนชาวคริสเตียน มิชชันนารีคณะแรกที่เดินทางมาถึงเชียงใหม่คือ ศาสนาจารย์เดเนียล แมคกิลวารี และครอบครัว เดินทางมาถึงเชียงใหม่ในวันที่ 3 เมษายน พ.ศ. 2410 ตรงกับรัชสมัยของพระเจ้ากาวิโลรสสุริยวงศ์ (พ.ศ. 2399-2412) วัตถุประสงค์ที่สำคัญคือ การเผยแผ่ศาสนา การจัดตั้งโรงเรียน และการรักษาพยาบาล
เมื่อแรกมาถึงยังไม่ได้สร้างคริสตจักรถาวร ผู้แทนเจ้าหลวงเชียงใหม่อนุญาตให้พักอยู่ที่ศาลาพักสาธารณะสำหรับประชาชนซึ่งตั้งอยู่บริเวณประตูเมืองทางด้านทิศตะวันออก ศาลาพักหลังนี้สร้างโดยข้าราชการเมืองระแหง ที่สร้างเพื่อเป็นการทำบุญตามประเพณีในพุทธศาสนา เป็นศาลาที่สร้างอย่างมั่นคงแข็งแรง หลังคามุงกระเบื้อง พื้นศาลาปูด้วยไม้สักอย่างดี คณะมิชชันนารีได้ใช้ศาลาแห่งนี้เป็นที่อยู่อาศัยและเป็นศูนย์กลางในการเผยแผ่ศาสนาเป็นเวลาปีกว่า ก่อนสร้างคริสตจักรถาวรคือ คริสตจักรเพรสไบทีเรียนที่ 1 เชียงใหม่ บนถนนเชียงใหม่-ลำพูน

ศาสนาจารย์เดเนียล แมคกิลวารี เล่าอย่างขบขันถึงความรู้สึกของชาวเมืองที่เห็นพวกตนเดินทางขึ้นมาเผยแผ่ศาสนาว่า มีผู้หญิงตัวขาวและเด็กด้วย หมู่เฮาต้องไปดูกัน เวลาที่ชาวบ้านชอบมากคือ เวลารับประทานอาหาร เพราะอยากดูว่า ฝรั่งกินอย่างไร กินอะไร พวกเราแทบไม่มีเวลาตอนกลางวัน วันใดเลยที่จะได้นั่งรับประทานอาหารอย่างเงียบๆ โดยไม่มีผู้จ้องดู ชาวบ้านต่างพูดกันว่า พวกฝรั่งไม่นั่งกินข้าวบนพื้นหรือใช้มือกินแบบพวกเรา ซึ่งเป็นการที่  หมู่เฮาต้องไปดูกัน”  การมามุงดูของชาวเมืองก็มีประโยชน์อยู่บ้างคือ การได้พูดคุยพร้อมกับการเผยแผ่ศาสนาไปด้วย

ในปี พ.ศ. 2411 พระเจ้ากาวิโลรส สุริยวงศ์ ได้ยกพื้นที่ทางฝั่งตะวันออกของแม่น้ำปิงให้กับคณะมิชชันนารี ทางคณะมิชชันนารีจึงได้ใช้พื้นที่นี้สร้างคริสตจักรเพรสไบทีเรียนที่ 1 เชียงใหม่ ระยะแรกสร้างเป็นอาคารไม้ไผ่ ต่อมาในปี พ.ศ. 2432-2434 ได้มีรื้ออาคารไม้ไผ่ และสร้างอาคารหลังใหม่เป็นอาคารเป็นสถาปัตยกรรมแบบตะวันตกหลังแรกในเชียงใหม่ ออกแบบและก่อสร้างโดย ดร. มาเรียน เอ.ชีค.

การทำงานในระยะแรกทำควบคู่ไปกับการรักษาพยาบาลแผนใหม่ โรคสำคัญที่เป็นกันมากคือไข้มาเลเรียเรื้อรัง โรคคอหอยพอก และไข้ทรพิษ การรักษาพยาบาลทำให้คณะมิชชันนารีมีชื่อเสียงและได้รับการยอมรับมาก จนอาจกล่าวได้ว่าการเผยแผ่ศาสนาในระยะแรกนั้นไม่ค่อยได้ผลมากเท่ากับการรักษาพยาบาล ทั้งนี้เพราะทางการเองมิได้ให้การสนับสนุนมากนัก จะเห็นได้จากในวันที่ 14 กันยายน พ.ศ. 2411 พระเจ้ากาวิโลรส สุริยวงศ์ สั่งประหารหนานชัย และน้อยสุริยะ 2 ใน 7 คนของผู้นับถือศาสนาคริสต์ในเชียงใหม่ขณะนั้น โดยอ้างว่า การละทิ้งศาสนาประจำชาติ เป็นกบฏต่อฉัน จึงต้องลงโทษอย่างนี้ ทำให้มีผู้คนกลัวกันมากจนไม่มีใครกล้านับถือศาสนาคริสต์อีก จนกระทั่งในปี พ.ศ. 2412 มีการออกพระราชกฤษฎีกาของเจ้าพระยาเทพวรชุน ที่ปรึกษาราชการในพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว มีความว่า ถ้าผู้ใดจะชอบใจถือศาสนาใด ก็ให้ผู้นั้นถือได้ตามชอบใจ และในปีพ.ศ. 2413 พระเจ้ากาวิโลรส สุริยวงศ์ถึงแก่พิราลัย จากปัจจัยดังกล่าวทำให้มีคนเข้ามานับถือคริสต์ศาสนาเพิ่มมากขึ้น

นอกจากเผยแผ่ศาสนาและการรักษาพยาบาลแล้ว ทางคณะมิชชันนารีได้ตั้งโรงเรียนแฟรนเนอร์ในบริเวณใกล้เคียงกัน ผู้ก่อตั้งคือ มิสซิสแฟรนเนอร์ เนอร์ ซึ่งเดินทางเข้ามาทำงานในเชียงใหม่ สมัยเดียวกันกับศาสนาจารย์เดเนียล แมคกิลวารี รับนักเรียนทั้งชายและหญิง โรงเรียนนี้ได้เลิกกิจการไป ในปี พ.ศ. 2466 นักเรียนที่ยังเรียนอยู่ก็ให้ไปรวมกับโรงเรียนพระราชชายา (โรงเรียนดาราวิทยาลัย)

ในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 โบสถ์หลังนี้เป็นที่ตั้งของกองทหาร หอระฆังของโบสถ์เป็นที่ตั้งของปืนต่อสู้อากาศยาน

ในปี พ.ศ. 2511 ได้มีการสร้างคริสตจักรเพรสไบทีเรียนที่ 1 เชียงใหม่หลังใหม่ที่ถนนเจริญราษฎร์ (โบสถ์หลังปัจจุบัน) เป็นโบสถ์ที่ทันสมัยมากในขณะนั้น ออกแบบโดย ศาสนาจารย์ เทเลอร์ พอตเตอร์ ซึ่งเป็นแบบที่ชนะเลิศการประกวดออกแบบของสถาบันสถาปนิกแห่งหนึ่งในสหรัฐอเมริกา

ในวันที่ 29 พฤศจิกายน พ.ศ. 2511 ได้มีการจัดพิธีอำลาโบสถ์เก่าและเดินทางไปโบสถ์ใหม่ ในการทำพิธีอำลาโบสถ์ มีวงดุริยางค์ของโรงเรียนปรินส์รอแยลวิทยาลัยนำขบวน ศาสนาจารย์ ศิษยาภิบาล และเจ้าหน้าที่คริสตจักร พร้อมกับสมาชิกเข้าสู่พระวิหารหลังใหม่

รายการอ้างอิง
แมคกิลวารี, เดเนียล. (2544). กึ่งศตวรรษในหมู่คนไทยและคนลาว: อัตชีวประวัติ
ของ ศาสนาจารย์เดเนียล แมคกิลวารี ดี.ดี. จิตราภรณ์ ตันรัตนกุล (แปล).
(พิมพ์ครั้งที่ 2)กรุงเทพฯ: มติชน.
บุญเสริม สาตราภัย. (2550). ล้านนา…เมื่อตะวา. เชียงใหม่: Bookworm.
ประวัติโบสถ์. เชียงใหม่: หอประวัติศาสตร์ คริสตจักรเพรสไบทีเรียนที่ 1
เชียงใหม่.
สงวน โชติสุขรัตน์. (2515). คนดีเมืองเหนือ. กรุงเทพฯ: โอเดียนสโตร์.

ที่มาของภาพทั้งหมดจาก มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ เป็นผลงานการถ่ายภาพของ นายบุญเสริม สาตราภัย

ติดต่อเช่ารถพร้อมคนขับ/ โฆษณาข่าวสาร
Add friend ที่ @topcm
เพิ่มเพื่อน

เชิญแสดงความคิดเห็นเจ้า