Home >> ความรู้ >> ประเพณีใส่ขันดอกอินทขิล

ประเพณีใส่ขันดอกอินทขิล

ทุกๆ ปีจะมีงานประเพณีใส่ขันดอกอินทขิล ไหว้เสาหลักเมืองเชียงใหม่ ที่วัดเจดีย์หลวง เพราะเป็นประเพณีที่เชื่อว่าจะทำให้บ้านเมืองจะพ้นภัยพิบัติ เกิดความร่มเย็นเป็นสุข และมีความเจริญรุ่งเรืองขึ้น จึงเป็นประเพณีสักการบูชามาตราบกระทั่งทุกวันนี้ เป็นการส่งเสริมอนุรักษ์วัฒนธรรมประเพณีอันดีงามของท้องถิ่นให้คงอยู่สืบไป

ภายในวัดก็จะมีจุดสำหรับใส่ขันดอก บริเวณรอบวิหารเสาอินทขีล และบริเวณรอบพระธาตุเจดีย์หลวงทางวัดจะจัดไว้จำนวน 32 โตก ควรใส่ให้ครบ 32 โตก เพราะหมายถึงขวัญมงคล 32 ประการในร่างกายเรา เวลาใส่ขันดอกให้เวียนขวา ดอกไม้บูชามักนิยมดอกบัว ดอกกุหลาบ ข้าวตอกดอกไม้ ในดอกไม้1 ชุดก็จะประกอบไปด้วย ดอกไม้ ธูปเทียน น้ำอบ น้ำหอม พร้อมธูป 3ดอกเทียน 1เล่ม

งานประเพณีใส่ขันดอกอินทขิลมักจะกำหนดขึ้นเป็นเวลาหลายวัน เพื่อให้ประชาชนได้มีโอกาศร่วมงานกันอย่างทั่วถึง ในงานนอกจากจะเปิดโอกาสให้สาธุชนใส่ขันดอก แล้วยังมี การสรงน้ำพระพุทธรูปฝนแสนห่า , ใส่บาตร 108 , ปิดทองพระประจำวันเกิด , ไหว้พระพุทธอัฎฐารส และบูชาพระธาตุเจดีย์หลวง ช่วงเย็นจะมีการแสดงศิลปวัฒนธรรมพื้นบ้านล้านนา สมโภชเสาอินทขีลตลอดทั้ง 7 วัน ในวันสุดท้ายของงานประเพณีใส่ขันดอกอินทขิลจะเป็นพิธีทำบุญออกอินทขีล โดยช่วงเช้าเป็นพิธีจุดธูปเทียนบูชาพระรัตนตรัย จากนั้นพระสงฆ์ 108 รูปเจริญพระพุทธมนต์ ต่อด้วยพิธีถวายไทยทาน ถวายภัตตาหารเพลแด่พระสงฆ์

เสาอินทขิล ประดิษฐานอยู่ ณ วัดสะดือเมือง หรือวัดอินทขิล ซึ่งตั้งอยู่ ณ กลางเวียงเชียงใหม่ ปัจจุบันก็คือ บริเวณหอประชุมติโลกราช ข้างศาลากลางจังหวัดเก่า ในตำนานกล่าวว่า เสาอินทขิลเดิมนั้นหล่อด้วยโลหะ จนกระทั่งสมัยพระเจ้ากาวิละ ราวปี พ.ศ. 2343 ได้ย้ายเสาอินทขิลไปไว้ที่วัดเจดีย์หลวง โดยบูรณปฏิสังขรณ์ขึ้นใหม่เป็นเสาปูน และทำพิธีบวงสรวงเป็นประเพณีสืบกันมา ปัจจุบันนี้เสาอินทขิลที่อยู่ในวิหาร เป็นเสาปูนปั้นติดกระจกสี บนเสาเป็นบุษบกประดิษฐานพระพุทธรูปปางรำพึง เสาอินทขิลนี้สูง 1.30 เมตร วัดรอบได้ 67 เมตร แท่นพระสูง 0.97 เมตร วัดโดยรอบได้ 3.40 เมตร

ประเพณีอินทขิล ในอดีตเจ้าผู้ครองนครจะเริ่มพิธีด้วยการเซ่นสังเวยเทพยาดาอารักษ์ ผีบ้าน ผีเมือง และบูชากุมภัณฑ์ พร้อมกับเชิญผีเจ้านายลงทรง เพื่อถามความเป็นไปของบ้านเมืองว่าจะดีจะร้ายอย่างไร ฟ้าฝนจะอุดมสมบูรณ์หรือไม่ หากคนทรงทำนายว่าบ้านเมืองชะตาไม่ดี ก็จะทำพิธีสืบชะตาเมือง เพื่อแก้ไขปัดเป่าให้เบาบางลง นอกจากนี้ยังมีการซอและการฟ้อนดาบ เป็นเครื่องสักการะถวายแด่วิญญาณบรรพบุรุษด้วย พิธีกรรมนี้ทำสืบต่อมาจนถึงสมัยสงครามโลกครั้งที่ 2 จึงหยุดไป ปัจจุบันเทศบาลนครเชียงใหม่ได้ดำเนินการสืบทอดประเพณีอินทขิล โดยมีพิธีทางพุทธศาสนาเข้ามาผสมผสาน ในวันแรกของการเข้าอินทขิล มีการแห่พระเจ้าฝนแสนห่า หรือพระพุทธรูปคันธารราษฎร์รอบตัวเมือง เพื่อให้ประชาชนสรงน้ำและใส่ขันดอกก่อนอัญเชิญประดิษฐานด้านหน้าพระวิหารหลวง เพื่อให้ประชาชนได้สรงน้ำและใส่ขันดอกตลอด 7 วันเป็นสิริมงคลกับชีวิต ส่วนภายในวิหารอินทขิล พระสงฆ์ 9 รูป จะทำพิธีเจริญพระพุทธมนต์บูชาเสาอินทขิล ซึ่งฝังอยู่ใต้ดินภายใต้บุษบกที่ประดิษฐานองค์พระพุทธรูป เมื่อเสร็จพิธีจะมีมหรสพสมโภชตลอดงาน

สำหรับพิธีบูชาเสาอินทขิลหรือเสาหลักเมือง ซึ่งชาวเชียงใหม่เชื่อว่าเป็นเสาหลักที่สร้างความมั่นคง การอยู่ดีมีสุขให้คนเชียงใหม่ อินทขิลหรือเรียกว่า เสาหลักเมืองเชียงใหม่ ชาวเชียงใหม่ทราบดีว่า ทุกๆ ปีจะต้องมีพิธีสักการะบูชาเสาอินทขิล เพื่อสร้างขวัญและกำลังใจเป็นสิริมงคลแก่ชีวิต ให้แก่ชาวบ้านชาวเมืองรวมทั้งผู้ที่ทำเกี่ยวกับเกษตรโดยการเพาะปลูก โดยงานดังกล่าวได้อัญเชิญพระเจ้าฝนแสนห่าอันเป็นพระพุทธรูปที่บันดาลให้ฝนตกมาเป็นประธานในขบวนแห่และมีการสวดคาถาอินทขิลของหมู่สงฆ์ด้วย ชาวเชียงใหม่จะทำพิธีบูชาอินทขิลในตอนปลายเดือน 8 ต่อเดือน 9 หรือระหว่างเดือนพฤษภาคมต่อเดือนมิถุนายน โดยเริ่มในวันแรม 3 ค่ำ เดือน 8 เรียกว่า วันเข้าอินทขิล การเข้าอินทขิลจะมีไปจนถึงในวันขึ้น 4 ค่ำ เดือน 9 ซึ่งเป็นวันออกอินทขิล จึงเรียกว่า เดือน 8 เข้า เดือน 9 ออกถือว่าเป็นประเพณีที่งดงามสืบทอดมาแต่โบราณกาล

เชิญแสดงความคิดเห็นเจ้า